การจัดการความรู้ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ

ควำชามข้าราชการไทย!ก้าวผ่านยุคเจ้าคน สู่ผู้ให้บริการ PDF Print E-mail
  
Tuesday, 03 November 2009 13:50

 

    คว่ำชามข้าราชการไทย!ก้าวผ่านยุคเจ้าคน สู่ผู้ให้บริการ

        ก.พ.ร. เผยชื่อ 6 หน่วยงาน 3 โมเดลต้นแบบ พลิกโฉมภาครัฐ

      บันไดการปรับวัฒนธรรม

            

             "กรมการกงสุล" เบนเข็มทิศพนักงาน จากความคิดเจ้านาย

      เป็นการทูตเพื่อประชาชน

             

             "ขนส่งทางบก" "ร.พ.บ้านตาก" แม่แบบดึงศักยภาพคน ทำงานเป็นทีม

      และคิดสร้างสรรค์

            

             ชู I AM READY บริหารจัดการแนวใหม่ เทียบชั้นเอกชน

      พร้อมเปิดแนวร่วมอีก 200 แห่ง

             

             ตุลาคม 2545

      อันเนื่องมาจากการตรากฎการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ของประเทศ

      มีการปรับรื้อโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

      ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการทำงานของข้าราชการที่จะต้องทำงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและความพึงพอใจของประชาชน

            

              

      เป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการให้เกิดการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีโดยใช้แนวทางใหม่

      แต่ก็ยังอยู่ภายใต้การใช้อำนาจทางการปกครองที่ยึดหลักความเป็นธรรมเน้นความโปร่งใสและการมีคุณธรรม

            

              สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ(ก.พ.ร.)

      จึงให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยมของหน่วยงานและคนในระบบราชการ

      ซึ่งไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ

      และในความพยายามที่จะทำเรื่องนี้ให้ลุล่วงอย่างยั่งยืนนั้นทำให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของข้าราชการ

      8 ประการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ I AM READY

      ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่

            

              รองศาสตราจารย์ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์

      มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

      ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อหาหน่วยงานต้นแบบในภาครัฐ กล่าวว่า

      ช่วงเวลาที่ผ่านมาราชการได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและค่านิยมภายในองค์กรไปบ้างแล้ว

      บางแห่งมีการปรับก่อนที่จะมีการตรากฎหมายควบคุมเสียอีก

            

             

      ดังนั้นการใช้เกณฑ์วัดการจัดการภาครัฐแนวใหม่จึงเทียบเคียงกับภาคเอกชนเพราะถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

      โดยมีกรอบแนวคิดที่เป็นพื้นฐานเดียวกัน คือ

      เป็นหน่วยงานที่ให้บริการโดยเน้นความสะดวกสบายของผู้รับบริการเป็นสำคัญและมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

            

              "เกณฑ์การประเมินความสำเร็จของภาคเอกชน เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย

      จำกัด (มหาชน) การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท

      บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

      ในเรื่องการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด

      มีการให้บริการรูปแบบใหม่ๆ และมีวิธีการทำงานอย่างรวดเร็ว"

            

              เมื่อพิจารณาในเกณฑ์ต่างๆ แล้ว มี 6 หน่วยงานประกอบด้วย

      1.กรมการกงสุล 2.กรมการพัฒนาชุมชน 3.กรมราชทัณฑ์ 4. การขนส่งทางบก 5.

      โรงพยาบาลบ้านตาก และ6. สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา

      ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและเกิดขึ้นจากภายใน

            

             "กรมการกงสุล"             ปรับทัศนคติยินดีให้บริการ

            

              ดร.สมบัติ กุสุมาวลี รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะทรัพยากรมนุษย์

      สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสามารถเห็นได้

      2 ประเภทใหญ่ๆ คือกายภาพ และเปลี่ยนความคิด ซึ่งขณะนี้ในภาครัฐหรือเอกชน

      มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไปมากไม่ว่าจะเป็นอาคาร

      กระทั่งถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงานมากขึ้น

            

             

      อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนก็คือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของคน

      ดังนั้นข้าราชการจึงต้องเน้นที่การเปลี่ยนค่านิยม

      ปรับทัศนคติของคนมากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างภายนอก

            

              หน่วยงานหนึ่งที่หากไม่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงเสียมิได้ก็คือ

      กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพราะไม่เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงเรื่อง

      E-Passports เท่านั้น หากแต่มีการยกระดับความคิดเรื่องคุณค่าทางวัฒนธรรม

      ตลอดจนเปลี่ยนมุมมองของข้าราชการกรมการกงสุลไปเลย

            

              การเปลี่ยนทัศนคติของคนที่ทำงานในกระทรวงการต่างประเทศที่จากเดิมใครๆ

      ก็รู้ว่าคนที่จบการศึกษาสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น

      เป้าหมายหรือทัศนคติลำดับต้นๆ ก็คือต้องการเป็นนักการทูต ทำงานในต่างประเทศ

      แต่กระทรวงการต่างประเทศมีการปรับทัศนคติของคนที่เข้าไปทำงานในกระทรวงเสียใหม่

      โดยเฉพาะในกรมการกงสุล

            

              โดยใช้หลักการที่ว่า ถ้าจะเป็นทูตก็ได้

      แต่ต้องทำงานรับใช้ประชาชนก่อน ต้องมารับหน้างานในเชิงฟังก์ชั่นก่อน

      จึงมีการหล่อหลอมแบบใหม่เพื่อเปลี่ยนคนที่จะเข้ามาอยู่ในกระทรวงต่างประเทศให้มีวิธีคิดแบบใหม่ให้มาทำงานเน้นเรื่องรักที่จะทำงานรับใช้ประชาชน

      รักที่จะทำงานในลักษณะที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนด้วย

            

             "ขนส่งทางบก"             One Stop Service

            

              รณยุทธ ตั้งรวมทรัพย์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า

      เน้นการบริการเน้นหลัก One Stop Service คล้ายกับธนาคาร

      ลดขั้นตอนของข้าราชการรูปแบบเดิมที่มีนายทะเบียนนั่งโต๊ะตัวใหญ่

      ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่รับเรื่อง รับคำขอ กว่าจะถึงนายทะเบียนก็ใช้เวลามาก

      กรมการขนส่งจึงปรับวิธีการทำงานใหม่โดยให้นายทะเบียนทำงานส่วนหน้า รับเรื่อง

      รับปัญหาเบ็ดเสร็จ เซ็นคนเดียวจบ

            

              ช่วงเริ่มต้นมีแรงต้านมาก

      แต่ผู้บริหารต้องสร้างความเข้าใจและทำให้พนักงานรู้สึกว่าข้าราชการมีหน้าที่บริการประชาชนด้วยใจ

      และทำจนกระทั่งพนักงานรู้สึกว่าหน้าที่นี้คืองานสำคัญ

            

              "ถ้าจะทำให้สำเร็จก็คือ มีการระดมความคิด ให้พนักงานมีส่วนร่วม

      และทำงานเป็นทีม อีกแบบหนึ่งการจัดโครงสร้างที่แต่เดิมจะเป็นจากบนลงล่าง

      เปลี่ยนเป็นล่างขึ้นบน เจ้าหน้าที่เสนอความคิดเห็นขึ้นไป

      เป็นการมีส่วนร่วมและทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงาน"

            

              หลักการทำงานของกรมการขนส่งฯก็คือ ใช้คอนเซ็ปต์ข้าราชการไม่ 100%

      เริ่มต้นด้วยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องใส่เครื่องแบบ

      แต่งกายเป็นเอกชนเต็มที่ นอกจากนี้ในเทศกาลต่างๆ

      ก็เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานไม่ให้ซ้ำซาก เช่น คริสมาสต์ สงกรานต์ ตรุษจีน

      ก็มีการเปลี่ยนเครื่องแบบให้สดใส

            

              นอกจากนี้การทำงานก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์

      โครงการเลื่อนล้อต่อภาษีของกรม

      นับเป็นแห่งแรกของโลกที่สามารถติดต่อราชการโดยไม่ต้องลงจากรถ

      ซึ่งรูปแบบมาจากการให้บริการทางด่วนและร้านขายแมคโดนัลในต่างประเทศ

      ซึ่งก็ดูเข้ากันได้ดีกับระบบจ่ายภาษีต่อทะเบียนของไทย

            

             โรงพยาบาลบ้านตาก             ''คน''ตัวแปรหลักความสำเร็จ

            

              พิเชษฐ์ บัญญัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก จ.ตาก

      พัฒนาด้วยตนเองมากว่า 10 ปี

      จนกลายเป็นที่ยอมรับในวงราชการเรื่องการบริหารจัดการโดยเฉพาะเรื่อง คน

      เล่าว่า ปัญหาของโรงพยาบาลเมื่ออดีตคือ

      ไม่มีคนไข้เพราะทุกคนมุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงอยู่แบบเรื่อยๆ

            

              เมื่อค้นพบปัญหาแล้วจึงหาทางแก้

      โดยเริ่มต้นจะต้องเชื่อว่าการบริหารคือการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้

      มองหาตัวการสำคัญนั่นก็คือ คน

            

              "ผมมีความเชื่อหรือฐานคติอยู่ 2 อย่างคือ

      เชื่อในคุณค่าของคนทุกคนในองค์กร

      และเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน

      แล้วพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นเรื่องเดียวกัน"

            

              การเชื่อในศักยภาพของคน มองความสำเร็จจากการทำงานเป็นทีม

      และเริ่มด้วยการหาความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวพนักงาน ดึงออกมา

      และสนับสนุนให้เขาเดินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น

            

              "10 ปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนคนสวน ให้เป็นคนดูแลระบบคอมพิวเตอร์

      เขียนเวบไซต์ เดินระบบต่างๆ ของโรงพยาบาลได้

      เปลี่ยนหัวหน้างานที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น โดยไม่ส่งไปอบรมข้างนอก

      แต่เรียนรู้จากกันและกันภายใน จนทำให้ทุกคนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้"

            

              องค์กรหลายแห่งมองเรื่องสมองของพนักงานเป็นหลัก

      แต่โรงพยาบาลบ้านตากเชื่อว่าใจจะต้องมาก่อน ถ้ามีใจ ความเก่งก็จะตามมา

      และการมีคนเก่งในองค์กรมากเกินไป จะทำให้อีโก้จัดเกินไป

      ดังนั้นการมีคนที่กลางๆ กระทั่งไม่เก่งในองค์กร

      และมีคนเก่งบ้างนั้นจะทำให้พนักงานช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

            

              จุดประสงค์ของการทำงานของโรงพยาบาลก็คือทำเพื่อ CEO คือ C-Customer

      ประชาชนต้องมีสุขภาพดี E-Employee พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องมีความสุข

      และO-Organization โรงพยาบาลต้องไม่เจ๊ง

            

              ผู้นำมีส่วนสำคัญ แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทีม

      ความล้มเหลวขึ้นอยู่กับผู้บริหาร ซึ่งสำคัญทั้งคู่

      ทั้งนี้จะต้องย้ำเน้นเรื่องทีมมากกว่ารายตัว เพราะถ้าเทียบพนักงานคนต่อคนแล้ว

      ทักษะหรือเครื่องมือย่อมสู้โรงพยาบาลใหญ่ๆ ไม่ได้ แต่เมื่อรวมตัวกันแล้ว

      จุดเด่นของคนหนึ่งไปแก้จุดด้อยของอีกคนหนึ่ง ปรับพฤติกรรมหลายๆ

      อย่างของคนให้กลายเป็นวัฒนธรรม

            

              พิเชษฐ์ กล่าวว่า

      การจะให้พนักงานเปลี่ยนแปลงจะต้องเขย่าองค์กรอย่างเหมาะสม

      ซึ่งจะต้องย้อนไปดูขนาด และหน้าที่หลักขององค์กร ปัจจัยกระตุ้นหลัก เช่น

      อยากให้พนักงานที่ไม่เคยมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ใช้งานให้เป็นก็ใช้กลยุทธ์เขย่าทางอ้อม

      เช่น แทนที่จะส่งไปเรียนก็กำหนดว่าอีก 6

      เดือนจะมีการเสนองานด้วยคอมพิวเตอร์สุดท้ายพนักงานก็เรียนเองไม่ว่าด้วยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง

            

              สุดท้ายก็คือ อย่าหวัง ร้อยเปอร์เซ็นต์ในองค์กรว่าจะเป็นภาพสวยงาม

      ในหน่วยงานแต่ละแห่งจะต้องมีคนที่เป็นปัญหาไม่ถึง แต่จะไม่ถึง 10%

      แต่ใจชอบมองคนที่มีปัญหามากกว่า 90% ที่ดี วิธีแก้คือต้องมองภาพดีส่วนใหญ่

      และเติมไฟใส่ฟืนกระตุ้นส่วนที่ดี สร้างให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ดีๆ

      ซึ่งเป็นการจูงใจให้คนที่ไม่ดีอยากทำดีโดยอัตโนมัติได้เช่นกัน

            

             I AM READY…             การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่

            

             I – Integrity ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี

            

             A- Activeness ทำงานด้วยความตั้งใจ

            

             M – Morality ศีลธรรมมาพร้อมกับคุณธรรม

            

             R –Relevancy มีความรู้เท่าทันโลก ปรับตัวทันกระแสและตรงกับสังคม

            

             E – Efficiency ทำงานโดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพ

            

             A – Accountability มีความรับผิดชอบต่อผลงานและสังคม

            

             D – Democracy มีส่วนร่วม โปร่งใส มีการกระทำที่เป็นประชาธิปไตย

            

             Y –Yield ทำงานที่มุ่งเน้นผลงาน

            

              ทั้งนี้นอกจาก 6

      หน่วยงานต้นแบบที่จะเป็นภาคีและกรณีศึกษาให้กับหน่วยงานอื่นๆ แล้ว

      ก.พ.ร.ได้รับสมัครหน่วยงานภาครัฐอีกกว่า 200 แห่ง เพื่อจัดการปรับกระบวนทัศน์

      และค่านิยมต่อไป...

            

             เรียบเรียงจากงานสัมมนาหัวข้อ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม

      และค่านิยมในหน่วยงานราชการ โดยสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

      สำนักงาน ก.พ.ร. เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

      

      ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ Power By SiamHRM.com 14/02/2007 06:11:27

 

Last Updated ( Tuesday, 03 November 2009 13:56 )
 
จัดทำโดย KM Team กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ e-mail : sumroeng_p@rtaf.mi.th
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.